Showing posts with label My Revelation. Show all posts
Showing posts with label My Revelation. Show all posts

February 1, 2016

เตรียมความพร้อมสู่ "ถูกที่ถูกเวลา"

เตรียมความพร้อมสู่ "ถูกที่ถูกเวลา"
ในชีวิตของเราทุกคนนั้นอยากที่จะเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่ "ถูกที่ถูกเวลา" อยากจะเข้าไปอยู่ในจุดที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต และแน่นอนว่าเราคงไม่อยากจะทำผิดพลาด หรือพลาดโอกาสในช่วงเวลานั้น
เราทุกคนอยากจะเป็นเหมือนกับเดวิดที่ได้พบกับยักษ์โกไลแอท และแน่นอนว่าเราย่อมปรารถนาที่จะเอาชนะยักษ์ด้วยเช่นกัน พูดง่ายๆคือเราอยากได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตและพิชิตมันให้ได้ แต่เราลืมถามตัวเองว่าแล้วถ้าเราได้เจอกับยักษ์ตัวนั้น(โอกาสที่ใหญ่มากที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้เรา) เราจะสามารถพิชิตได้หรือไม่? เราจะกลัวกับโอกาสนั้นหรือเปล่า? และเราพร้อมจะรับโอกาสนั้นหรือยัง?

May 18, 2015

ขอคิดจาก Masada,Israel (Nov2014)


วันนี้ทริปของเราเริ่มต้นด้วยการตื่นตอน02.00น เพื่อเตรียมตัวไป Masada sunrise 
ทริปของวันนี้คือการไปดูพระอาทิตยขึ้นที่อุธยาน Masada ซึ่งเราเดินทางออกจากที่พักในกรุงเยรูซาเล็มไปทาง ดัานตะวันตกของปนะเทศอิสราเอล. โดยเราเริ่มต้นด้วยการเดินทางออกจาก Abraham hostel เวลาตี3 ไปถึงที่อุทยานแห่งชาติ Masada ในเวลาตี4กว่าๆซึ่งไกด์ก็ให้เวลาเราเดินไปถึงที่ยอดเขารวมจนถึงลงมาที่ข้างล่างเพื่อจะขึ้นรถในเวลา8.30. รวมๆก็ประมาณ4ชั่วโมงกว่าๆ


บรรยากาศโดยทั่วไปนั้นมีลักษณะเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เต็มไปด้วยภูเขาหิน และทราย บางครั้งก็รู้สึกเหมือนกับว่าได้ไปGrand canyon. เป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้คือการขึ้นไปที่ยอดเขาเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขา พร้อมกันนั้นก็ศึกษาประวัติศาสตรของป้อมMasada ป้อมปราการแห่งสุดท้ายของคนยิวที่ต่อสู้กับคนโรมัน

แต่เมื่อมาถึงทางเดินซึ่งมีชื่อเรียกว่า Sneak Path เราก็อุทานออกมาแม่เจ้า!!! แบบว่าสุดยอดมาก. ยิ่งใหญ่มาก มากซะจนคิดในใจว่าจะขึ้นไปบนยอดเขาไหวไหมเนี้ย. มันโคตรสูงเลยนะเนี้ย. แต่ทว่าไม่มีทางถอยกลับซะแล้วมาถึงที่นี้ก็ต้องเดินให้ถึงให้ได้. (แบบว่าอารมณ์ยังคึกคักเพราะเพิ่งมาถึงอยากลองของ555) แต่เมื่อมาถึงได้สักพักและเดินมาได้สักระยะ อารมณ์เริ่มเปลี่ยน เราชักอยากจะลงมาเดี๋ยวนั้นกลับละวันนี้ไม่เอาละวันนี้ พอแค่นี้ดีกว่า(ชักเริ่มกลายเป็นท้อแท้ซะละ555) 

ในการเดินทางครั้งนี้เรามีเสื้อกันหนาว. เป้ซึ่งในเป้นั้นมีน้ำหนึ่งขวด. อาหารสำหรับกินระหว่างทาง อาหารสำหรับกินตอนกลางวันที่ทะเลตาย และไอแพทสำหรับการถ่ายรูป อันที่จริงมันก็ไม่หนักเท่าไหร่ แต่เมื่อเดินมาสักพักรู้สึกว่าโคตรหนักเลยอยากจะทิ้งไปให้หมดบวกกับเมื่อมองดูยอดเขาแล้วบอกเลยว่าอีกไกลมาก. อันที่จริงเหมื่อนจะไม่เห็นยอดด้วย เดินมา1ชม.ละยังไม่ถึงยอดเขาเลย ยิ่งพอเวลาเหนื่อยแล้วพยายามจะมองไปยอดเขาเพื่อให้มีกำลังใจ ยิ่งกลายเป็นว่าท้อมากกว่าเดิมอีก แต่จะถอยตอนนี้ก็เสียฟอรม เพราะคุณป้าอีกคนที่มาจากอังกฤษเดินไปนู้นละ ไอ้เรายังวัยรุ่นอยู่เลยนะ(คิดไปเอง555) เลยเดินไปแบบถอยไม่ได้ 

หลังจากเดินแบบมองทาง(มองที่เท้าตัวเอง)ค่อยๆเดินแบบก้าวต่อก้าวจดจ่ออยู่ที่ก้าวต่อไปที่จะเดินไม่ใช่จุดหมายปลายทาง รู้ว่ายังค่อยๆเดินต่อไปได้ ซึ่งตอนนั้นเองที่เราเริ่มมาคิดถึงชีวิตของตัวเอง เปรียบเทียบกับทัศนะคติหรือความคิดบางอย่างของตัวเอง และนำมาเปรียบกับสิ่งที่พระคัมภีร์สอนก็เลยเหมือนกับว่าเรากำลังเข้าใจอะไรบางอย่าง(เสียที555) บ่อยครั้งเรามักอยากรู้ตอนจบของชีวิตของเรา เราอยากจะรู้ล่วงหน้าหลายๆก้าวว่าพระเจ้าจะนำเราอย่างไร บางครั้งเราก็รีบร้อนอยากรู้การทรงนำจากพระเจ้ามากเกินไป ซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะอยากรู้ เพียงแต่หากเรารู้ว่าแผนการของพระเจ้าที่มีเพื่อเรานั้นเจ๋งและยิ่งใหญ่แค่ไหน บางทีเราอาจจะไม่กล้าไปก็เป็นได้

บางครั้งสายตาของเราเองก็ทำพิษกะตัวเราเองโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะสายตาของเราชอบที่จะเห็นทุกอย่างจนหมดแล้วจึงค่อยทำอะไรบางอย่าง แต่พอเราเห็นว่าภูเขาลูกที่เรากำลังปีนอยู่นั้นสูงแค่ไหนเราก็เริ่มถอดใจจนบางครั้งเราไม่อยากเดินอีกต่อไป ผมตั้งสมมุติฐานส่วนตัวขึ้นมาว่า พระเจ้ามีแผนการที่ใหญ่มากสำหรับเราแต่ละคน(มากๆ) แต่พระองค์เลือกที่จะนำเราก้าวต่อก้าวมากกว่าเพราะพระองค์รู้ว่าถ้าเรารู้แผนการทั้งหมดเราอาจไม่กล้าเดินก็ได้ ถ้าอย่างนั้นนำเราแบบก้าวต่อก้าวดีกว่าจนถึงวันนึงเราไปถึงยอดเขา เราจะพบว่าแผนการของพระเจ้าสุดยอดมาก

ผมนึกไปถึงอาจารย์เปโตร จากเป็นชาวประมงอยู่ดีๆถ้าเขารู้ว่าตอนจบของชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรเขาคงนั่งตกปลาสบายๆต่อดีกว่า แต่อย่างที่เราทุกคนรู้ว่าบั้นปลายของอาจารย์เปโตรยิ่งใหญแค่ไหน อ.เปาโลถึงขนาดยกย่องว่าเป็นเสาหลักของคริสตจักรเลยทีเดียว แต่กว่าจะถึงตอนนั้นเขาเคยทำผิดพลาดหลายครั้ง ผมเชื่อว่าทุกคนรวมถึงเปโตรเองก็คงคิดไม่ถึงว่าเขาจะไปได้ขนาดไหน แต่พระเยซูรู้ พระองค์ถึงเรียกเปโตรมาเป็นสาวกของพระองค์

กลับมาที่การผจญภัยบนภูเขามาซาด้ากันต่อ. พอเดินมาสักพักผมก็ชักจะอยากถ่ายรูป. ทั้งอยากถ่ายรูปให้ตัวเอง ถ่ายรูปให้คนอื่น ไหนก็อยากจะเอาแว่นกันแดดมาใส่ เดียวก็อยากจะเอาเสื้อออก ในที่สุดเราเหมือนเสียโฟกัสในการเดินเขา ซึ่งชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น เมื่อเราทำอะไรไปถึงจุดหนึ่งเรารู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเราแล้ว เราน่าจะหาอะไรมาทำเพิ่มเติมอีกสักอย่าง. เราเริ่มจะวอกแวก เริ่มที่จะอยากทำนู้นทำนี้สุดท้ายก็หลงทางไป เหมือนกับการเดินขึ้นเขา เราเสียพลังงานของเรากับการทำนู้นทำนี้รวมถึงเสียเวลาไปด้วย. สุดท้ายเราก็ต้องมารีบเร่งทำโน้นทำนี้เพราะเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นกำลังจะมาถึงแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องวิ่งเพื่อให้ทันเวลาและนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม

การเดินทางครั้งนี้ของผมมีเพื่อนร่วมทางไปอีก4คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพี่ชายคนโตของผมไปด้วย การเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทางอีก4คนนั้นมันทำให้เรายังคงมีแรงที่จะเดินไปต่ออีกหน่อย และบางครั้งพี่ชายผมก็จะคอยเอามือมาดันหลังผมไปด้วยในขณะปีนขึ้นเขา. ซึ่งนั้นทำให้การเดินทางของเรายังไปต่อได้. ผมจึงเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างว่าพระเจ้าสร้างเรามาเพื่อให้เราช่วยเหลือกันและกัน และในอาณาจักรพระเจ้าไม่มี One Man Show ผมนึกไปถึงโมเสส วันที่เขานำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์ เขามีโยชูวาที่คอยสนับสนุนเขาตลอดเวลา และในขณะเดียวกัน โยชูวาเรียนรู้วิธีการนำจากโมเสส ส่วนโมเสสก็ได้รับการหนุนหลังจากโยชูวา นั่นหมายความว่าทั้งสองคนนั้นต่างให้และรับในเวลาเดียวกัน

ในที่สุดก็มาถึงยอดเขา สุดยอด อัศจรรย์ ขอบคุณพระเจ้า มันโคตรสวยเลยอะ เราไม่มีทางรู้ว่าข้างบนภูเขามันสวยแค่ไหนจนเรามาถึงยอดเขา และเราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่พระเจ้าเตรียมบางสิ่งบางอย่างให้เราในอนาคตนั้นสุดยอดแค่ไหน จนเรามาถึงที่นั้น บางครั้งสิ่งที่พระเจ้าเตรียมให้เรานั้นมันดีเกินกว่าที่เราจะเข้าใจหรือยากที่พระเจ้าจะอธิบายให้เราฟังตอนนั้น จนกระทั่ง!! เราไปถึงจุดๆนั้นที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้เรา และตอนนั้นนั่นเองที่เราจะพูดออกมาว่าสุดยอดวะ. โคตรเจ๋งเลย และคำพูดสุดท้ายที่เราจะพูดได้คือ "ขอบคุณพระเจ้า"




April 10, 2013

ระบบการปกป้อง และป้องกันภันแบบ AUTO จากพระเจ้า

วันนี้ผมอยากจะมาแบ่งปันคำพยานครับ
เรื่องมีอยู่ว่า ในวันคืนวันเสาร์ที่แล้ว(2013-04-06) ผมก็นอนที่คริสตจักรเหมื่อนปกติ แต่ในคืนวันนั้นในเวลา01.30น ผมยังไม่ได้นอนเนื่องจากยังมีปริ๊นงานบางอย่างอยู่ แต่ในขณะนั้นผมก็ได้ยินเสียงดังตลอดเวลาจากห้องข้างๆ (ลืมบอกไปว่าผมนอนอยู่ที่ชั้น4ของคริสตจักร ซึ่งถ้ามองออกไปจากคริสตจักร) เมื่อมองออกไปเนื่องจากผิดสังเกตจึงพบว่า ห้องข้างๆไฟใหม้แม้นจะไม่ร้ายแรงมาก แต่ก็สร้างความตกใจให้กะผมได้มากพอสมควร(มากเลยละ) เมื่อถามกับทางเจ้าหน้าที่ที่มาควบคุมเพิงนั้น เขาพูดสั้นๆว่า "น้องเก็บของที่จำเป็นออกไปก่อนเลย" เมื่อได้ฟังอย่างนั้นผมก็ยิ่งตกใจ และก็คิดไม่ออกว่าจะขนไรก่อนเพราะของมันเยอะ ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่ามันคงจะง่ายกว่าถ้าไฟดับได้หมด แต่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านลงได้ด้วยดี ไม่มีใครบาดเจ็บ ไฟดับได้หมด

January 18, 2013

เคล็ดลับของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดในโลก!!


พระราชาซาโลมอนชื้อนี้หลายๆคนคงจะรู้จักเขา ด้วยความที่ว่าพระองค์เป็นถึงกษัตริย์แห่งอิสราเอล พระองค์ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกเท่านั้นยังไม่พอ  พระองค์ยังเป็นคนที่ได้ชื้อว่าคนที่มีสติปัญญาที่สุดในโลกด้วย!

12ดูเถิด เรา​จะ​กระทำ​ตาม​คำ​ของ​เจ้าดูเถิด เรา​ให้​จิตใจ​อัน​ประกอบ​ด้วย​ปัญญา​และ​ความ​เข้าใจเพื่อ​ว่า​จะ​ไม่​มี​ใคร ที่​เป็น​อยู่​ก่อน​เจ้า​เหมือน​เจ้า และ​จะ​ไม่มี​ใคร​ที่​ขึ้น​มา​ภายหลัง​เจ้า​เหมือน​เจ้า13เรา​จะ​ให้​สิ่ง​ที่​เจ้า​ไม่​ได้​ขอ​แก่​เจ้า​ด้วยทั้ง​ความ​มั่งคั่ง​และ​เกียรติยศ เพื่อ​ว่า​ตลอด​วัน​เวลา​ทั้งสิ้น​ของ​เจ้าจะ​ไม่มี​กษัตริย์​องค์​อื่น​เปรียบเทียบ​กับ​เจ้า​ได้  1พกษ3:12-13 Th1971

นี้คือสิ่งที่พระคัมภีร์พูดถึงพระองค์ มีจิตใจอันประกอบด้วยความเข้าใจเพื่อว่าจะไม่มีใครที่เป็นอยู่ก่อนเจ้าเหมือนเจ้าและจะไม่มีใครที่มาภายหลังเจ้าเหมือนเจ้า ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆคือพระองค์ฉลาดที่สุดในโลก ฉลาดที่สุดตลอดกาล    และก็มีความมั่งคั่งและเกียรติยศระดับที่จะไม่มีกษัตริย์องค์ใดมาเปรียบเทียบได้ !! คุณลองคิดดูซิว่าพระองค์รวยระดับไหน?ขนาดที่ว่า ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนเหมือนพระองค์ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนมาเปรียบเทียบได้!!                                                                                   

ผู้เชื่อหลายคนที่อ่านมาถึงตอนนี้คงจะเริ่มอิจฉาและเริ่มจินตนการอยากเป็นซาโลมอนกับเขาด้วยแต่ผมมีข่าวดีว่าในวันนี้ ผู้เชื่อทุกคนมีสิทธิที่จะฉลาดและรวยกว่าซาโลมอนแล้ว!!แต่ทำยังไงละ ก็โดยการที่คุณตอนรับพระเยซูไง !! คุณจำได้ไหมว่าครั้งหนึ่งพระเยซูพูดว่า นาง​กษัตริย์​ฝ่าย​ทิศ​ใต้​จะ​ลุก​ขึ้น​ใน​วัน​พิพากษา​พร้อม​กับ​คน​ยุคนี้และ​จะ​เป็น​ตัวอย่าง​ให้​คน​ยุคนี้​ได้​รับ​โทษด้วยว่า​พระนาง​นั้น​ได้​มา​จาก​ที่​สุดปลาย​แผ่นดิน​โลกเพื่อ​จะ​ฟัง​สติปัญญา​ของ​ซาโลมอน และ​ซึ่ง​ใหญ่กว่า​ซาโลมอน​ก็​มีอยู่​ที่นี่”(มัทธิว 12:42 TH1971) นั่นหมายความว่าในวันนี้เราอยู่ในพระเยซู และพระวิญญาณของพระองค์ก็อยู่ในเรา ดังนั้นเราจึงมีสิทธิที่จะฉลาดมีสติปัญญาและมั่งคั่งมากกว่าพระราชาซาโลมอนซะอีก!!

กลับมาเขาเรื่องกันต่อเพราะนั้นไม่ใช้สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้วันนี้เราจะพูดถึงเคล็ดลับที่ทำให้พระราชาซโลมอนมีวันนี้  พี่น้องคงจะทราบใช่ไหมครับว่าก่อนที่พระเจ้าจะให้สิ่งต่างๆกับซาโลมอนดังที่เขียนไว้ข้างต้นใน1พกษ3.12-13 พระองค์ได้ขอกับพระเจ้าก่อน ใน1พกษ 3:7-9ข้าแต่​พระเยโฮวาห์​พระเจ้า​ของ​ข้า​พระองค์ถึง​แม้ว่า​ข้า​พระองค์​เป็น​แต่​เด็ก บัดนี้​พระองค์​ทรง​กระทำ​ให้​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์​เป็น​กษัตริย์​แทน​ดาวิด​เสด็จพ่อ​ของ​ข้า​พระองค์ข้า​พระองค์​ไม่​ทราบ​ว่า​จะ​เข้า​นอก​ออก​ใน​อย่างไร​ถูก 8และ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ก็​อยู่​ท่ามกลาง​ประชากรของ​พระองค์ ผู้​ซึ่ง​พระองค์​ทรง​เลือก​ไว้ เป็น​ชนชาติ​ใหญ่ซึ่ง​จะ​นับ​หรือ​คำนวณ​ประชาชน​ก็​ไม่​ได้ 9เพราะ​ฉะนั้น​ขอ​พระองค์​ทรง​ประทาน​ความ​คิด​ความเข้าใจ​แก่​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ เพื่อ​จะ​วินิจฉัย​ประชากร​ของ​พระองค์เพื่อ​ข้า​พระองค์​จะ​ประจักษ์​ใน​ความ​ผิดแผก​ระหว่าง​ดี​และ​ชั่ว เพราะว่า​ผู้ใด​เล่า​จะ​สามารถ​วินิจฉัย​ประชากร​ใหญ่​ของพระองค์​นี้​ได้คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมพระองค์จึงขอสติปัญญาจากพระเจ้าทำไมพระองค์จึงอธิฐานได้ถูกใจพระเจ้าแบบนั้น ? หลายคนคงบอกว่าก็พระองค์มีสติปัญญาไง พระองค์ฉลาดนินาพระองค์จึงรู้ว่าพนะองค์ควรจะขอกับพระเจ้าอย่างไร อืมผมว่าบางที่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะบางที่พระราชาซาโลมอนอาจจะไม่ได้มีสติปัญญาอย่างที่เราๆเข้าใจกันก็ได้

ในเริ่มแรกพระองค์ไม่ได้มีสติปัญญาระดับนั้นเพราะพระคัมภีร์บันทึกว่า3ซาโลมอน​ทรง​รัก​พระเจ้า ทรง​ดำเนิน​ตาม​กฎเกณฑ์​ของ​ดาวิด​ราช​บิดา​ของ​พระองค์เว้น​แต่​พระองค์​ทรง​ถวาย​สัตวบูชา​และ​เผา​เครื่อง​หอม ณ ปูชนีย​สถาน​สูง4และ​พระราชา​เสด็จ​ไป​ที่​เมือง กิเบโอน​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​สัตวบูชา​ที่นั่นเพราะ​ที่นั่น​เป็น​มหา​ปูชนีย​สถาน​สูง ซาโลมอน​ทรง​ถวาย​เครื่อง​เผา​บูชา​พัน​ตัว​บน​แท่น​บูชา​นั้น พระราชาซาโลมอนเสด็จไปถวายสัตวบูชาที่กิเบโอนทั้งที่หีบพันธสัญญาของพระเจ้าไม่ได้อยู่ที่นั้น แต่อยู่ที่กรุงเยรูซาเร็มต่างหาก ถ้าคุณยังจำได้ว่าพระราชาเดวิดพ่อของพระองค์เป็นผู้นำหีบพันธสัญญาเข้ามาในเยรูซาเล็มแล้วใน2ซมอ6:16 

นั่นหมายความว่าพระราชาซาโลมอนไปผิดที่ดังนั้นเราจึงพอจะเดาได้ว่า ก่อนที่พระองค์จะอธิฐานต่อพระเจ้า ซึ่งต้องถือว่าเป็นหนึ่งในคำอธิฐานที่ทรงพลังมากในพระคัมภีร์พระองค์ไม่ได้มีสติปัญญามากอย่างที่เราคิด แต่หลังจากที่เขาอธิฐานกับพระเจ้าต่างหาก เขาจึงมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นและหลังจากนั้นพระองค์จึงไปถวายสัตวบูชาถูกที่ซะทีใน1พกษ3:1515และ​ซาโลมอน​ก็​ตื่น​บรรทม และ ดูเถิด เป็น​พระสุบิน แล้ว​พระองค์​ก็​เสด็จ​มา​ที่​กรุง​เยรูซาเล็มและ​ประทับ​ยืน​อยู่​หน้า​หีบ​พันธสัญญา​ของ​พระเจ้า และ​ถวาย​เครื่อง​เผาบูชา​และ​เครื่อง​ศานติบูชาและ​พระราชทาน​เลี้ยง​แก่​บรรดา​ข้าราชการ​ของ​พระองค์

แต่ว่าอะไรละที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ซาโลมอนอธิฐานแบบนั้นอธิฐานขอสติปัญญา เขาจะอยากมีสติปัญญาด้วยตัวเองหรือเปล่า เราไม่สามารถทราบได้แต่ที่สามารถพูดได้คือว่า พ่อของเขาพระราชาเดวิดเองนั่นละที่เป็นคนสอนเขาให้ขอแบบนั้นเราลองมาดูกันใน 1พศด22:11-12 11นี่​แหละลูก​ของ​ข้า​เอ๋ย ขอ​พระยาห์เวห์​สถิต​อยู่​กับ​เจ้า และ​ขอ​ให้​เจ้า​มี​ความสำเร็จสร้าง​พระนิเวศ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เจ้า ตาม​พระดำรัส​เกี่ยว​กับ​เจ้า12ขอ​เพียง​พระยาห์เวห์​ประทาน​ให้​เจ้า​มี​ความ​เฉลียวฉลาดและ​ความ​เข้าใจ​และ​ทรง​ให้​เจ้า​ปกครอง​อิสราเอลเพื่อ​ให้​เจ้า​รักษา​ธรรมบัญญัติ​ของ​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​เจ้า คุณคงจะเห็นแล้วช่ไหมครับว่าคำอธิฐานของซาโลมอนกับสิ่งที่พ่อของเขาพูดมันช่างคล้ายกันซะเหลือเกินดังนั้นผมจึงคิดว่าพ่อของซาโลมอน หรือที่เราเรียกเขาว่าบุรุษผู้ที่รู้ใจพระเจ้านั้นเป็นผู้ที่สอนและแนะนำซาโลมอน ผมคิดว่าเวลาที่เขาอยู่ด้วยกันตามประสาพ่อลูก เขาคงสอนกันมากมายหลายอย่างและนี้เองที่เป็นเหตผลที่ว่าทำไมซาโลมอนจึงพูดว่า 8ลูก​เอ๋ยจง​ฟัง​คำสั่งสอน​ของ​พ่อ​เจ้าและ​อย่า​ทิ้ง​คำสอน​ของ​แม่​เจ้า 9เพราะ​สอง​สิ่ง​นั้น​เป็น​มงคล​งาม​ที่​ศีรษะ​เจ้าเป็น​สร้อย​รอบ​คอ​เจ้าสภษ1:8-9  นี้ละครับคือเคล็ดลับความฉลาดแบบหาตัวจับยากของซาโลมอนที่ผมอยากจะพูดถึงในวันนี้

ก่อนจากกันในวันนี้ผมมีบางอย่างที่อยากจะเป็นพยานด้วย คือเรื่องของผมกับแม่ของผม  ทุกวันนี้ผมเองเป็นคนที่มาคริสตจักรเช้าและตั้งใจฟังคำเทศนา และผมก็พบว่าชีวิตของผมค่อยๆเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆผมเป็นคนที่มาคริสตจักรเช้าได้นั่นเป็นเพราะว่า แม่ของผม ในสมัยก่อนนั้นเมื่อตอนที่ผมยังเป็นวัยรุ่น ผมต้องเป็นคนที่รับหน้าที่ในการมาคริสตจักรซึ่งคุณแม่ของผมก็จะจริงจังมากในการมาคริสตจักรแต่เช้าเพื่อที่ว่าท่านจะมาอธิฐานและมีเวลาเตรียมตัวที่จะนมัสการพระเจ้าอย่างเต็มที่ และฟังคำเทศนาโดยไม่รู้ตัวผมก็ได้รับมรดกนี้จากคุณแม่ เดี๋ยวนี้ผมเลยกลายเป็นคนที่มาคริสตจักเช้าไปด้วย  และทุกวันนี้ผมก็ขอบคุณพระเจ้ามากสำหรับแม่ที่ดีของผมแบบนี้

ผมจึงอยากหนุนใจคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านว่าท่านมีส่วนที่สำคัญมากในการที่จะวางแบบอย่างให้กับลูกหลานของท่านที่จะสอนเขาให้เดินอยู่ในทางของพระเจ้า ท่านมีสิทธิที่จะสอนเขา และให้ลูกๆของท่านได้รับพระพรเหมือนอย่างที่ซาโลมอนได้รับพระพรจากพ่อของเขาเดวิด

และคุณน้องๆหนูๆที่เป็นลูก(พูดซะตัวเองดูแก่เลย555)คุณทุกคนก็มีสิทธิที่จะได้รับพระพรเหมือนอย่างที่ซาโลมอนได้รับเหมือนกัน  เพียงแต่เงื่อนไขคือ ลูกเอ๋ยจงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้าและอย่าทิ้งคำสอนของแม่เจ้า 9เพราะสองสิ่งนั้นเป็นมงคลงามที่ศีรษะเจ้าเป็นสร้อยรอบคอเจ้า เอเมน!!!

สุดท้ายที่สุดขออุทิศบทความนี้แด่คุณแม่ของผมที่ได้จากไปแล้วแม่คือผู้หญิงที่เจ๋งที่สุดในโลกของผมเลย

September 23, 2012

คลื่นทะเลกับขอบฟ้า (เรากับพระเจ้า)

หลายคนคงจะเคยนั่งเรือในทะเล เมื่เวลาที่เราอยู่ในทะเล สิ่งที่เราจะพบตลอดเวลาคือ คลื่นของทะเลและขอบฟ้า ธรรมชาติของคลื่นทะเลนั้นจะขึ้นลงตลอดเวลา แต่ในคณะที่คลื่นทะเลนั้นจะอยูกับที่เสมอ หรือมั่นคงตลอดเวลา และถ้าหากเรามาเปรียบเทียบชีวิตของคริสเตียนกับเรื่องนี้ละ เราจะเป็นคลื่นทะเล หรือท้องฟ้าละ และในฝั่งของพระเจ้าละ พระองค์ควรจะเป็นอะไร